มาพบกับเว็บที่น่าสนใจเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบผลงานหนังสือนิทานอีบุ้ค (e-book) หรือหนังสือนิทานอิเล็กทรอนิกส์ โดยผลงานทั้งหมดจัดทำขึ้นโดยนักศึกษาที่เรียนในรายวิชา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสานสนเทศเพื่อการศึกษา ผู้สอนคือ อาจารย์อัจฉริยะ วะทา โดยเข้าไปชมได้ที่ บล็อก
http://atinno.blogspot.com
ซึ่งได้รวมรวมผลงาน
หนังสือนิทานอีบุ้ค (e-book) หรือหนังสือนิทานอิเล็กทรอนิกส์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหรือผู้ที่ต้องการนำไปเป็นสื่อการสอน หรือเหมาะสำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร์เพื่อเป็นแนวทางในการทำสื่อการสอน
อย่าลืมเข้าไปชมนะคับ เป็นเว็บที่อยากจะน่าสนใจมาก เหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะทำหนังสือแบบทำมือและทำเป็นอีบุ้ค (e-book) ด้วย อย่าลืมบล็อก http://atinno.blogspot.com
วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555
เจ้าพ่อ Cover Drum
Cobus ถือว่าเป็นมือกลองที่นำเพลงคนอื่นมา cover ได้ โดยมาเล่นกลองตามความคิดของตนเอง ที่ถือเป็นการเล่นกลองที่ใช้ความละเอียดอ่อนในทุกรายละเอียด จึงทำไห้ Cobus ได้กลายเป็นเจ้าพ่อของการ cover drum ที่หลายคนนับถือ เหมือนในคลิปนี้ที่เขาได้นำเอาหลายๆเพลงต่อกันแล้วตีกลองได้ อย่างสนุกมากๆ ผมจึงอยากให้เพื่อนที่ชอบเหมือนกับผมได้ดูกันครับ สุดยอดครับ
กลองชุด
กลองชุด เป็นเครื่องดนตรีประเภทตีกระทบ
ประกอบด้วยกลองหลายใบ และฉาบ โดยใช้ผู้เล่นคนเดียว
ถือไม้ตีกลองและฉาบทั้งสองมือ และใช้เท้าเหยียบกระเดื่อง เพื่อตีกลองใหญ่ และ Cymbals
กลองชุดเป็นที่นิยมใช้กับงานดนตรีเกือบทุกประเภท
ส่วนประกอบ
เครื่องดนตรีในกลองชุด
ประกอบด้วย
·
กลองเล็ก หรือ สะแนร์ดรัม (Snare
drum) ประกอบด้วยแผงลวดขึงรัดผ่านผิวหน้ากลองด้านล่าง
เพื่อให้เกิดเสียงกรอบ ๆ ดังแต๊ก ๆ ตัวกลองทำด้วยไม้หรือโลหะ
และสามารถรัดให้หนังตึงด้วยขอบไม้ด้านบนและล่าง
สามารถปลดสายสะแนร์เพื่อให้เกิดเสียงทุ้มดังตุ้มตุ้มได้ และตีกลองเล็กด้วยไม้
นิยมใช้กลองชนิดนี้ทั้งในวงดุริยางค์และวงดนตรี
·
กลองทอม (Tom-tom
drum) หรือ เทเนอร์ดรัม (Tenor drum) มีขนาดใหญ่กว่าสะแนร์ดรัม
เป็นกลองชนิดที่สร้างขึ้นโดยไม่ใช้สายสะแนร์ โดยทั่วไปบรรเลงในหมวดกลอง
ใช้ไม้ชนิดหัวไม้หุ้มสักหลาด
·
กลองใหญ่ หรือ กลองเบส (Bass drum) เป็นกลองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
ประกอบด้วยตัวกลองที่ทำด้วยไม้และมีหนังกลองทั้งสองด้าน
เสียงที่เกิดจากการตีกลองใหญ่จะไม่ตรงกับระดับเสียงที่กำหนดไว้ทางตัวโน้ต
ตีด้วยไม้ที่มีสักหลาดหุ้ม ชนิดที่มีหัวที่ปลายทั้งสองข้าง ใช้เพื่อทำเสียงรัว
·
กลองทิมปานี (หรือกลองเค็ทเทิ้ลดรัม) เป็นกลองที่มีลักษณะเป็นหม้อกระทะ
ซื่งมีหน้าหนังกลองหุ้มทับอยู่ด้านบน
เป็นกลองชนิดเดียวที่ขึ้นเสียงแล้วได้ระดับเสียงที่แน่นอน
เมี่อคลายหรือขันหน้ากลองโดยใม่ว่าจะใช้วิธีขันสกรูหรือเหยียบเพดดัล (ที่เหยียบ)
ก็ไดั ไม้ที่ใช้ตีมีการหุ้มนวมตรงหัวไม้ตี ตีได้ทั้งเป็นจังหวะและรัว
·
ฉาบ หรือ เชมเบล (Cymbal) มีอยู่2ชนิดคือฉาบที่ใช้กับกลองชุดและฉาบ
Sixteenth Note Drum Fills
ผมได้ดูคลิปนี้แล้วรู้สึกว่า ได้ความรู้ในการใช้ Sixteenth Note ในเพลงที่ใช้โน้ต ตัวนี้ ผมจึงศึกษาให้เกิดความรู้ที่สามารถนำเอาไปใช้จริงได้ ผมอยากจะให้เพื่อนที่ชอบหรือรักในการตีกลองอย่างเช่นผม กลับมาศึกษาสิ่งที่ง่ายๆที่ทุกคนอาจจะมองข้ามไป หรือ คิดว่าเป็นโน้ตที่ ง่ายๆแล้วลืมที่จะนำมาใช้ในเพลงที่นำมาเล่น ได้อย่างถูกวิธี ครับ
ทดลองฉาบ
เป็นการทดลองแฉที่โหดมากครับ สิ่งที่ได้นอกเหนือจากการได้ยินเสียงแฉหรือฉาบ ว่าเป็นยังใงแล้ว ยังได้ดูฝีมือการตีกลอง ของ Alex Rudinger ที่ถือว่าเป็นมือกลองที่เล่นได้ดีอีกคนหนึ่ง ในวงการมือกลอง ในการแนว metal แล้วส่วนตัวผมคิดว่า Alex Rudinger เล่นได้เร็วมาก และแม่น ในทุกตัวโน้ต ผมจึงอยากให้เพื่อนๆได้ฟังเสียงแฉหรือฉาบ ชุดนี้และดูฝีมือการตีกลอง ของมือกลองระดับโลกอย่าง Alex Rudinger ครับ
มือกลองชายเดี่ยว
สวัสดีครับวันนี้ผมก็อยากไห้เพื่อนได้ดูคลิปนี้ เพราะว่าเป็นการตีกลองได้ไพเราะเละได้อารมณ์มากๆครับผม เป็นการตีกลองในจังหวะที่สนุกมากๆ และออกเป็นจังหวะแซมบ้า ที่ไห้ความสนุกสนาน แล้วดูในคลิปนี้ มือกลองคนนี้เล่นได้แบบว่าไม่ต้องมีเครื่องดนตรีชนิดอื่นก็ได้ ขนาดเล่นแค่กลองอย่างเดียวก็ทำให้เกิดความสนุกสนานแก่ผู้ชมได้ ผมจึงอยากให้เพื่อนๆ ที่ชอบในการตีกลองได้ดู ครับผม
เพลงที่ผมชอบครับ
เพลงนี่้เป็นเพลงต่างประเทศที่ผมชอบและอยากไห้เพื่อนทุกๆคนได้ฟัง ผมคิดว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมมีลูกฝึกที่เยอะมาก ได้ลูกเล่นแปลกๆๆ ทักษะใหม่ๆๆจากเพลงนี้ที่สามารถนำมาพัฒนาตัวกระผม และสามารถนำเพลง หรือลูกฝึกทั้งหลายในเพลงนี้นำไปประยุกต์ ใช้กับเพลงอื่นได้อย่างมีประโยชน์และในการเล่นดนตรีของตัวกระผมเอง
Time Signature
เราได้เรียนรู้เรื่องบีทหนักกับการวนกลับมาของบีทหนัก
ว่ามีความสัมพันธ์ยังไงกับการกั้นห้องไปแล้วนะครับ ถ้าหากยังงงๆ เบลอๆ อยู่
ลองกลับไปดูบทเรียนเรื่อง จังหวะ และ ตัวโน้ต นะครับ ในบทนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ
เครื่องหมายประจำจังหวะ หรือ Time Signature กันครับ
Time Signature มีหน้าตาอย่างนี้ครับ
คือจะประกอบด้วยตัวเลข 2 ตัว เขียนไว้ด้านหน้าสุดก่อนตัวโน้ตเลยครับ
ระหว่างตัวเลขสองตัวนี้ไม่มีขีดคั่นกลางนะครับ ไม่เหมือนเศษส่วนในวิชาเลข แต่บางทีในเนื้อหาจะเขียนแบบมีขีดคั่นเหมือนเศษส่วนเพราะง่ายต่อการเขียนมากกว่า
เช่น 4/4 ให้เข้าใจว่าเหมือน Time signature ในรูปตัวอย่างข้างบนนะครับ
ตัวเลขตัวบน
จะสัมพันธ์กับการวนกลับมาของบีทหนักครับว่าบีทหนักจะวนกลับมาทุกๆ กี่บีท
ซึ่งก็จะสัมพันธ์ไปถึงการกั้นห้องด้วย เช่น ถ้าตัวเลขบนเป็น 4 นั่นหมายถึงว่า เพลงนี้บีทหนักจะวนมาทุกๆ 4 บีท เพราะฉะนั้นก็จะมีการกั้นห้องทุกๆ 4 บีทด้วย
ตัวเลขตัวล่าง
บอกเราว่าโน้ตตัวกลมจะมีค่าความยาวกี่บีทครับ ตรงนี้บางคนฟังแล้วอาจจะงงนิดนึง
เพราะเราเรียนมาว่าโน้ตตัวกลมมีค่าความยาว 4
บีท แต่ตอนนี้ทำไมมาบอกว่าให้ดูที่เลขตัวนี้? ตกลงโน้ตตัวกลมไม่ใช่
4 บีทเหรอ??? คำตอบก็คือเลขตรงนี้เปลี่ยนแปลงได้ครับ
ที่เราเรียนมานั้นเป็นกรณีที่เลขตัวนี้เป็น 4
โน้ตตัวกลมจึงมีค่า 4 บีท แต่ถ้าเลขตรงนี้เปลี่ยนไป
ค่าความยาวของโน้ตแต่ละตัวรวมถึงโน้ตตัวกลมจะเปลี่ยนไปด้วยครับ แต่ขั้นแรกนี้
ให้เราจำค่าความยาวของตัวโน้ตต่างๆ เมื่อเลขตรงนี้เป็น 4
ให้ได้เป็นหลักก่อนครับ ถ้าเราเข้าใจแล้ว
พอเลขตรงนี้เปลี่ยนเป็นเลขตัวอื่นก็จะทำความเข้าใจได้ไม่ยากครับ
ถ้าเลขตัวล่างเป็น 4 หมายความว่า โน้ตตัวกลมมีค่าความยาว 4 บีท โน้ตตัวขาวจุด=3 บีท โน้ตตัวขาว=2 บีท และโน้ตตัวดำ= 1 บีท
ซึ่งตรงนี้ค่าความยาวของตัวโน้ตจะเหมือนกับที่เราเรียนมา
แต่ถ้าเลขตัวนี้เปลี่ยนไปเป็นเลข 8
ค่าความยาวของโน้ตทั้งหมดที่เรากล่าวมาจะเปลี่ยนไป กลายเป็น โน้ตตัวกลม=8 บีท โน้ตตัวขาวจุด=6 บีท โน้ตตัวขาว=4 บีท และโน้ตตัวดำ=2 บีท
ซึ่งจะมีกล่าวถึงในบทเรียนต่อๆ ไป แต่ในขั้นนี้ให้เข้าใจในกรณีเป็นเลข 4 ก่อนและเตรียมใจไว้ว่าค่าความยาวโน้ตแต่ละตัวอาจเปลี่ยนแปลงได้ครับ
เมื่อเข้าใจความหมายของ Time Signature แล้ว สมมติว่าเราเจอ Time
Signature ¾ นั่นจึงหมายความว่า เพลงนั้น บีทหนักจะวนมาทุกๆ 3 บีท กั้นห้องทุกๆ 3 บีท
(โดยอย่าลืมว่าบีทแรกของห้องเป็นบีทหนักหรือบีท 1 เสมอ)
และการอ่านค่าความยาวของตัวโน้ตจะเป็นแบบปกติที่เราเรียนมา คือ โน้ตตัวดำ=1 บีท (โน้ตตัวขาว=2 บีท โน้ตตัวขาวจุด=3 บีท และโน้ตตัวกลม=4 บีท)
ถามเล่นๆ : ลองบอกได้หรือไม่ครับว่า Time Signature 2/4 มีความหมายว่าอย่างไร?
ศัพท์ทางตรีสากล
Saltando ( ซาลแทนโด )
ใช้คันชักสั้น ๆ เต้นไปบนสายเร็ว ๆ
Saltarello or salterello (It. ซาลตาเรลโล )
การเต้นรำแบบอิตาเลียนในศตวรรษที่ 16 มาจากคำว่า saltare มีความหมายว่ากระโดดดนตรีจะมีลักษณะนุ่มและรวดเร็วอยู่ในจังหวะประเภทนับสาม ( สามจังหวะในหนึ่งห้อง ) การเต้นรำแบบซาลตาเรลโลยังคงเป็นที่นิยมกันในศตวรรษที่ 19 แต่เป็นการเต้นรำที่มีความรุนแรงขึ้นคำว่าซาลตาเรลโล เคยใช้เรียกชื่อการเต้นรำมาตั้งแต่ตอนต้นศตวรรษที่ 20 แล้ว
Samba ( แซมบ้า )
เพลงเต้นรำที่เป็นที่นิยมกันในรูปแบบของลาตินอเมริกัน
Saraband ( ซาราบานด์ ), sarabanda (It. ซาราบานตา ), sarabande (Fr. ซาราบานด์ )
การเต้นรำที่สง่างามของศตวรรษที่ 16,17 และ 18 เป็นเพลงเต้นรำในจังหวะช้าประเภทนับสาม ( สามจังหวะในหนึ่งห้อง ) มักจะมีการเน้นหรือเป็นโน้ตตัวยาวในจังหวะที่สองเชื่อกันว่าการเต้นรำแบบนี้มาจากทางตะวันออกและมีรากฐานมาจากการเต้นรำที่แสดงความรักอย่างดูดดื่มรุนแรง การเต้นรำแบบซาราบานด์นี้ถูกนำเข้ามาในประเทศสเปนราวต้นปีค . ศ .1500 ต่อมาก็มาปรากฏในประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสพร้อม ๆ กับมีแบบการเต้นที่ลดความรุนแรงลงเล็กน้อยจนในที่สุดก็กลายเป็นการเต้นรำที่มีความสง่างามดังจะพบได้ในเพลงสวีทของบาค
Saxhorn ( แซกฮอร์น )
ตระกูลเครื่องเป่าประเภทแตรทองเหลืองที่มีส่วนปากเป่าเป็นรูปถ้วยท่อแตรมีลักษณะรูปกรวยและมีลูกสูบด้วยอด็อฟแซกเป็นผู้นำมาใช้ในปี ค . ศ .1845 มีทั้งหมด 7 ชนิดขนาดตั้งแต่เครื่องเสียงต่ำเบสจนถึงเสียงสูงเทร็บเบิ้ล
Saxophone ( แซกโซโฟน )
เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ชนิดที่ทำด้วยโลหะประกอบด้วยลิ้นปี่เดี่ยวและท่อแบบกรวย อด็อฟแซกเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี ค . ศ .1840 ในประเทศเบลเยี่ยมมีลักษณะเสียงกลมกล่อมและเต็มเสียงเครื่องดนตรีแซกโซโฟนทุกชนิดล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องดนตรีที่ต้องย้ายคีย์
Scale ( สเกล )
หมายถึงบันไดเสียง อนุกรมของเสียงซึ่งจัดเรียงไปตามลำดับ มาจากภาษาอิตาเลียน scala หมายถึง บันได ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. ไดอาโทนิกสเกล
1.1 เมเจอร์
1.2 ไมเนอร์
2. โครมาติกสเกล
Scale degrees( สเกล ดีกรี )
ระดับขั้นบันไดเสียง ส่วนประกอบแต่ละส่วนของบันไดเสียง
Scherzando (It. สแคร์ซานโด )
ลักษณะขี้เล่น , ตลก
Scherzo (It. สแกร์โซ )
ขบวนหนึ่งในบทเพลงที่มีลักษณะขี้เล่นสนุกสนานอยู่ในจังหวะรวดเร็วประเภทนับสาม ( สามจังหวะในแต่ละห้อง ) เบโธเฟนเป็นผู้นำสแกรโซเข้าไปแทนที่มินนูเอ็ดที่ใช้กันมาตั้งแต่ดั้งเดิมในบทเพลงประเภทซิมโฟนีและโซนาตาจำนวนมากของเขาโชแปงและบราห์มส์ได้แต่งบทประพันธ์หลายบทที่มีลักษณะอย่างเอางานเอาการ โดยใช้ชื่อว่า " สแกร์โซ "
Schlag (Ger. สแกร์ลา )
จังหวะเคาะ Beat.
Schnell (Gr. ชเนล )
เร็ว
Schottische (Gr. ชอทติสซ์ )
การเต้นรำแบบลักษณะวงกลมในศตวรรษที่ 19 เหมือนการเต้นรำแบบโพลก้าอย่างช้า เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศอังกฤษว่า '' เยอรมันโพลก้า '' ชอทติสซ์นี้ปกติ จะอยู่ในจังหวะประเภทนับสอง ( สองจังหวะในหนึ่งห้อง )
Schwer (Ger. ชแวร์ )
หนักแน่น , ครุ่นคิด
Sec (Fr. เสก )
ในแบบสั้น ๆ มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสที่มีความหมายว่า '' แห้ง "
Second ( เซ็คเคินด์ )
ระยะขั้นคู่เสียงไดอาโทนิกระหว่างสองเสียงที่อยู่ใกล้ชิดติดกันเมเจอร์เซ็คเคินด์ ( คู่สองเมเจอร์ ) ไมเนอร์เซ็คเคินด์ ( คู่สองไมเนอร์ )
Second inversion ( เซ็คเคินด์ อินเวอร์ชัน )
การพลิกกลับครั้งที่สอง การเรียงตัวกันใหม่ของคอร์ดเพื่อให้โน้ตตัวที่ 5 อยู่ในแนวเสียงที่ต่ำสุด
Segno (It. เซกโน )
เครื่องหมาย al segno หมายถึง ให้ไปที่เครื่องหมาย dal segno หมายถึง จากเครื่องหมาย ตัวย่อคือ D.S.
Segue (It. เซกูเอ , 'it follows')
ตามมา
Seguidilla (Sp. เซกีตียา )
เพลงเต้นรำแบบสเปนในจังหวะประเภทนับสาม ( สามจังหวะในหนึ่งห้อง ) มักจะอยู่ในคีย์ไมเนอร์ เพลงเซกีดียาปกติแล้วจะมีการคลอประกอบด้วยกีตาร์ เสียงร้องและกรับสเปน จะเห็นการเต้นรำแบบนี้ได้จากองค์ที่หนึ่งของอุปรากรเรื่อง คาร์เมน ของ จอร์ซบีเซ่
Sehr (Ger. เซ )
มาก , อย่างยิ่ง
Semibreve ( เซมิเบรเว )
หมายถึงโน้ตตัวกลม
Semiquaver ( เซมิเควเว่อร์ )
หมายถึง โน้ตเขบ็ตสองชั้น
Semicadence ( เซมิเคเดนซ์ )
ลูกจบกลางจุดพักบนคอร์ด ๆ หนึ่งที่ไม่ใช่คอร์ด I ซึ่งมีลักษณะไม่สมบูรณ์และสร้างแรงผลักดันให้เกิดทำนองเพลงเพิ่มเติม
Semitone ( เซมิโทน )
ครึ่งเสียง
ใช้คันชักสั้น ๆ เต้นไปบนสายเร็ว ๆ
Saltarello or salterello (It. ซาลตาเรลโล )
การเต้นรำแบบอิตาเลียนในศตวรรษที่ 16 มาจากคำว่า saltare มีความหมายว่ากระโดดดนตรีจะมีลักษณะนุ่มและรวดเร็วอยู่ในจังหวะประเภทนับสาม ( สามจังหวะในหนึ่งห้อง ) การเต้นรำแบบซาลตาเรลโลยังคงเป็นที่นิยมกันในศตวรรษที่ 19 แต่เป็นการเต้นรำที่มีความรุนแรงขึ้นคำว่าซาลตาเรลโล เคยใช้เรียกชื่อการเต้นรำมาตั้งแต่ตอนต้นศตวรรษที่ 20 แล้ว
Samba ( แซมบ้า )
เพลงเต้นรำที่เป็นที่นิยมกันในรูปแบบของลาตินอเมริกัน
Saraband ( ซาราบานด์ ), sarabanda (It. ซาราบานตา ), sarabande (Fr. ซาราบานด์ )
การเต้นรำที่สง่างามของศตวรรษที่ 16,17 และ 18 เป็นเพลงเต้นรำในจังหวะช้าประเภทนับสาม ( สามจังหวะในหนึ่งห้อง ) มักจะมีการเน้นหรือเป็นโน้ตตัวยาวในจังหวะที่สองเชื่อกันว่าการเต้นรำแบบนี้มาจากทางตะวันออกและมีรากฐานมาจากการเต้นรำที่แสดงความรักอย่างดูดดื่มรุนแรง การเต้นรำแบบซาราบานด์นี้ถูกนำเข้ามาในประเทศสเปนราวต้นปีค . ศ .1500 ต่อมาก็มาปรากฏในประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสพร้อม ๆ กับมีแบบการเต้นที่ลดความรุนแรงลงเล็กน้อยจนในที่สุดก็กลายเป็นการเต้นรำที่มีความสง่างามดังจะพบได้ในเพลงสวีทของบาค
Saxhorn ( แซกฮอร์น )
ตระกูลเครื่องเป่าประเภทแตรทองเหลืองที่มีส่วนปากเป่าเป็นรูปถ้วยท่อแตรมีลักษณะรูปกรวยและมีลูกสูบด้วยอด็อฟแซกเป็นผู้นำมาใช้ในปี ค . ศ .1845 มีทั้งหมด 7 ชนิดขนาดตั้งแต่เครื่องเสียงต่ำเบสจนถึงเสียงสูงเทร็บเบิ้ล
Saxophone ( แซกโซโฟน )
เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ชนิดที่ทำด้วยโลหะประกอบด้วยลิ้นปี่เดี่ยวและท่อแบบกรวย อด็อฟแซกเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี ค . ศ .1840 ในประเทศเบลเยี่ยมมีลักษณะเสียงกลมกล่อมและเต็มเสียงเครื่องดนตรีแซกโซโฟนทุกชนิดล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องดนตรีที่ต้องย้ายคีย์
Scale ( สเกล )
หมายถึงบันไดเสียง อนุกรมของเสียงซึ่งจัดเรียงไปตามลำดับ มาจากภาษาอิตาเลียน scala หมายถึง บันได ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. ไดอาโทนิกสเกล
1.1 เมเจอร์
1.2 ไมเนอร์
2. โครมาติกสเกล
Scale degrees( สเกล ดีกรี )
ระดับขั้นบันไดเสียง ส่วนประกอบแต่ละส่วนของบันไดเสียง
Scherzando (It. สแคร์ซานโด )
ลักษณะขี้เล่น , ตลก
Scherzo (It. สแกร์โซ )
ขบวนหนึ่งในบทเพลงที่มีลักษณะขี้เล่นสนุกสนานอยู่ในจังหวะรวดเร็วประเภทนับสาม ( สามจังหวะในแต่ละห้อง ) เบโธเฟนเป็นผู้นำสแกรโซเข้าไปแทนที่มินนูเอ็ดที่ใช้กันมาตั้งแต่ดั้งเดิมในบทเพลงประเภทซิมโฟนีและโซนาตาจำนวนมากของเขาโชแปงและบราห์มส์ได้แต่งบทประพันธ์หลายบทที่มีลักษณะอย่างเอางานเอาการ โดยใช้ชื่อว่า " สแกร์โซ "
Schlag (Ger. สแกร์ลา )
จังหวะเคาะ Beat.
Schnell (Gr. ชเนล )
เร็ว
Schottische (Gr. ชอทติสซ์ )
การเต้นรำแบบลักษณะวงกลมในศตวรรษที่ 19 เหมือนการเต้นรำแบบโพลก้าอย่างช้า เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศอังกฤษว่า '' เยอรมันโพลก้า '' ชอทติสซ์นี้ปกติ จะอยู่ในจังหวะประเภทนับสอง ( สองจังหวะในหนึ่งห้อง )
Schwer (Ger. ชแวร์ )
หนักแน่น , ครุ่นคิด
Sec (Fr. เสก )
ในแบบสั้น ๆ มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสที่มีความหมายว่า '' แห้ง "
Second ( เซ็คเคินด์ )
ระยะขั้นคู่เสียงไดอาโทนิกระหว่างสองเสียงที่อยู่ใกล้ชิดติดกันเมเจอร์เซ็คเคินด์ ( คู่สองเมเจอร์ ) ไมเนอร์เซ็คเคินด์ ( คู่สองไมเนอร์ )
Second inversion ( เซ็คเคินด์ อินเวอร์ชัน )
การพลิกกลับครั้งที่สอง การเรียงตัวกันใหม่ของคอร์ดเพื่อให้โน้ตตัวที่ 5 อยู่ในแนวเสียงที่ต่ำสุด
Segno (It. เซกโน )
เครื่องหมาย al segno หมายถึง ให้ไปที่เครื่องหมาย dal segno หมายถึง จากเครื่องหมาย ตัวย่อคือ D.S.
Segue (It. เซกูเอ , 'it follows')
ตามมา
Seguidilla (Sp. เซกีตียา )
เพลงเต้นรำแบบสเปนในจังหวะประเภทนับสาม ( สามจังหวะในหนึ่งห้อง ) มักจะอยู่ในคีย์ไมเนอร์ เพลงเซกีดียาปกติแล้วจะมีการคลอประกอบด้วยกีตาร์ เสียงร้องและกรับสเปน จะเห็นการเต้นรำแบบนี้ได้จากองค์ที่หนึ่งของอุปรากรเรื่อง คาร์เมน ของ จอร์ซบีเซ่
Sehr (Ger. เซ )
มาก , อย่างยิ่ง
Semibreve ( เซมิเบรเว )
หมายถึงโน้ตตัวกลม
Semiquaver ( เซมิเควเว่อร์ )
หมายถึง โน้ตเขบ็ตสองชั้น
Semicadence ( เซมิเคเดนซ์ )
ลูกจบกลางจุดพักบนคอร์ด ๆ หนึ่งที่ไม่ใช่คอร์ด I ซึ่งมีลักษณะไม่สมบูรณ์และสร้างแรงผลักดันให้เกิดทำนองเพลงเพิ่มเติม
Semitone ( เซมิโทน )
ครึ่งเสียง
กานตีกลองอย่างเทพ
ผมได้ดูคลิปนี้แล้วผมตกใจมากเมื่อเด็กอายุ 18 ปี ตีกลองเก่งเกินอายุของเค้าขนาดนี้ ถือว่าเป็นบุคคล ที่มีความสามารถสูง ไม่มีคัยที่เกิดมาแล้วเก่งเลยคงเป็นเพราะเกิดจากการฝึกฝนมั่นซ้อมหาทักษะใหม่ๆ
มาพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เขาจึงเป็นที่ยอมรับของหลายๆๆคนในสายดนตรีเช่นเดียวกันกับตัวกระผมเองที่ชอบ และยอมรับในความสามารถของเค้านั้นเอง
สอนสไลด์กระเดื่อง
เมื่่อผมได้ดูคลิปนี้ผมรู้สึกว่าการสไลด์กระเดื่องนั้นเป็นเทคนิคที่สามารถใช้ไนเพลงได้เยอะมากๆ และเป็นเทคนิคที่ใช้แทนสองกระเดื่องได้ ในบางลูกกลอง คลิปนี้ได้สอนใว้ดีมากๆครับ ผมก็ได้ฝึกกับคลิปนี้แต่ยากมาก และตอนนี้ผมก็พอจะได้บ้างในบางทีและผมก็จะฝึกต่อไปครับผม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)